เมื่อวันที่ 10-13 มีนาคม 2554 พวก เราได้ไปเที่ยวและแลกเปลี่ยนความรู้ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพวกเรามีทั้งความสุข สนุก เหนื่อย และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งทำให้พวกเรามีความรู้สึกที่ดีต่อกันเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้ลักษณะนิสัยหรือว่าอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนของทั้ง พี่และเพื่อนของเรา ทั้งนี้การทำกิจกรรมแต่ละอย่างของพวกเราก็ทำให้พวกเรามีความสามัคคีและพร้อม ที่จะทำงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความรู้ (วงคุย) เรื่องการทำกิจกรรมของนิสิตนักศึกษา ซึ่งหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจของนักกิจกรรมทุกคน ว่าการทำกิจกรรมควรมีแนวทางไปทางไหน และควรทำในรูปแบบใด และการไปในครั้งนี้ก็ทำให้พวกเรารู้ถึงการทำงานเพื่อสังคม หากทำแล้วจะทำให้เรารู้สึกอย่างไร และครั้งนี้คงเป็นค่ายแรกของการออกค่ายของใครหลายๆคน ถึงแม้ค่ายนี้จะไปค่ายเที่ยวแต่ทั้งเพื่อนและพี่ก็ไม่ลืมที่จะนำความรู้ของ ตนเองมาแลกเปลี่ยนกันและมิตรภาพระหว่างพี่และน้องที่ทำให้เรามีพี่ชาย พี่สาว น้องชาย น้องสาวเพิ่มขึ้น ซึ่งความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน แต่ทุกคนในค่ายที่เป็นครั้งนี้และทุกครั้งที่ไป ก็จะให้ความรู้สึกว่าเราทุกคนคือครอบครัวเดียวกันและพร้อมที่จะเดินข้างกัน ตลอดไป ค่ายแต่ละค่ายจึงมีเสียงหัวเราะ น้ำตาเวลาที่ค่ายต้องจบลง ทุกคนจึงต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง แต่เชื่อได้เลยว่าความผูกพันและสายสัมพันธ์ระหว่างพี่และน้องจะยังคงมีแบบ นี้ตลอดไป
WELCOME ยินดีต้อนรับค่ะ
เวลาที่เข้าชม
คุณเข้ามาในนี้แล้ว





วินาที
วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554
ความทรงจำ
เมื่อวันที่ 10-13 มีนาคม 2554 พวก เราได้ไปเที่ยวและแลกเปลี่ยนความรู้ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพวกเรามีทั้งความสุข สนุก เหนื่อย และได้ทำกิจกรรมร่วมกัน การไปครั้งทำให้พวกเรามีความรู้สึกที่ดีต่อกันเพิ่มขึ้น ได้เรียนรู้ลักษณะนิสัยหรือว่าอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนของทั้ง พี่และเพื่อนของเรา ทั้งนี้การทำกิจกรรมแต่ละอย่างของพวกเราก็ทำให้พวกเรามีความสามัคคีและพร้อม ที่จะทำงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนความรู้ (วงคุย) เรื่องการทำกิจกรรมของนิสิตนักศึกษา ซึ่งหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจของนักกิจกรรมทุกคน ว่าการทำกิจกรรมควรมีแนวทางไปทางไหน และควรทำในรูปแบบใด และการไปในครั้งนี้ก็ทำให้พวกเรารู้ถึงการทำงานเพื่อสังคม หากทำแล้วจะทำให้เรารู้สึกอย่างไร และครั้งนี้คงเป็นค่ายแรกของการออกค่ายของใครหลายๆคน ถึงแม้ค่ายนี้จะไปค่ายเที่ยวแต่ทั้งเพื่อนและพี่ก็ไม่ลืมที่จะนำความรู้ของ ตนเองมาแลกเปลี่ยนกันและมิตรภาพระหว่างพี่และน้องที่ทำให้เรามีพี่ชาย พี่สาว น้องชาย น้องสาวเพิ่มขึ้น ซึ่งความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกัน แต่ทุกคนในค่ายที่เป็นครั้งนี้และทุกครั้งที่ไป ก็จะให้ความรู้สึกว่าเราทุกคนคือครอบครัวเดียวกันและพร้อมที่จะเดินข้างกัน ตลอดไป ค่ายแต่ละค่ายจึงมีเสียงหัวเราะ น้ำตาเวลาที่ค่ายต้องจบลง ทุกคนจึงต้องกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง แต่เชื่อได้เลยว่าความผูกพันและสายสัมพันธ์ระหว่างพี่และน้องจะยังคงมีแบบ นี้ตลอดไป ครีมกันแดด
1. "SPF" ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าในการชี้วัดว่าเราสามารถอยู่กลางแสงแดดได้นานแค่ไหน โดยที่ไม่รู้สึกร้อนหรือแสบบริเวณผิว เช่นถ้าเรามีผิวที่แพ้แสงแดดและแสบร้อนง่ายในเวลา 20 นาที ครีมกันแดดที่มี SPF 15จะช่วยปกป้องเราจากแสงแดดได้นาน 15 เท่า และเมื่ออยู่กลางแดดมากๆ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้น
2. "Waterproof" แม้จะเขียนว่า Waterproof (กันน้ำ) แต่ก็ไม่สามารถกันน้ำได้ 100% ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลต้องทาครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง โดยทาซ้ำทุกครั้งที่เหงื่อออก หรือทุกครั้งในช่วงพักว่ายน้ำ
3. "UVA และ UVB" ถ้าเขียนไว้ว่า.. มี UVA หมายถึง ครีมกันแดดนั้น มีคุณสมบัติ ป้องกันกระ ฝ้า และป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย แต่ถ้าเขียนไว้ว่า.. มี UVB หมายถึง ครีมกันแดดนั้นมีคุณสมบัติ ป้องกันอาการแพ้ แดง แสบ
และไหม้ของผิวหนัง
หวังว่า..จะเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับตัวเองได้ดีขึ้น
ส่วนเทคนิคในการใช้งานครีมกันแดดที่ต้องจำไว้ให้แม่นๆ
ก็คือ ครีมกันแดด ไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ 100%
ดังนั้น เมื่อต้องออกแดด เช่น เล่นกีฬากลางแจ้ง
ควรสวมแว่นกันแดด หรือหมวกกันแดดจะป้องกันได้มากขึ้น ส่วนการทาผิวควรเกลี่ยครีมให้เรียบเสมอ และทาให้ทั่วบริเวณที่ต้องการปกป้องจากแดดเพื่อป้องกันผิวด่างดำเฉพาะที่ และเลิกใช้ทันทีถ้ามีอาการแพ้ มีผื่นแดง และคัน
ที่มา : นิตยสาร "ผาสุก" (phasuk)
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด ปีที่ 31 ฉบับที่ 163 เมษายน - มิถุนายน 2551
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
